รถยนต์ไฟฟ้า นวัตกรรมที่สั่นคลอนตลาดยานพาหนะให้ลุกหือ ด้วยทางเลือกความล้ำสมัยที่รักษ์โลก ซึ่งการแข่งขันก็ดุเดือดไม่แพ้กัน แต่การประชันของ 2 เจ้าที่ตีคู่กันมาอย่างซูซีและได้รับความนิยมมากที่สุด คงหนีไม่พ้น รถ Tesla จากฝั่งอเมริกาและรถ BYD จากฝั่งแผ่นดินจีน ศึกชี้ชะตาโดยคุณ ที่สามารถเลือกได้ว่า รถยนต์ไฟฟ้า รุ่นไหนที่ตอบโจทย์และครองใจของคุณมากกว่ากัน
รถยนต์ไฟฟ้า คืออะไร ?
รถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ และขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแทนเครื่องยนต์สันดาปที่ใช้น้ำมัน ซึ่งสามารถสร้างแรงบิดได้ทันที โดยไม่มีเสียงเครื่องยนต์ดังรบกวน เหมือนตอนใช้รถยนต์ทั่วไป ซึ่ง รถยนต์ไฟฟ้า ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1888 โดยนักประดิษฐ์ชาวเยอรมันอย่าง Andreas Flocken ภายใต้ชื่อ Flocken Elektrowagen จนพัฒนามาเรื่อยๆ กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าอย่างทุกวันนี้
รถยนต์ไฟฟ้า Tesla
( ขอขอบคุณรูปภาพจาก : Tesla )
Tesla เป็นมากกว่า รถยนต์ไฟฟ้า Tesla เป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบ Power Earth ขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงโลกสู่พลังงานที่ยั่งยืนและเกิดประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมอย่างสูงสุดด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ เริ่มต้นจากการสร้าง รถยนต์ไฟฟ้า Roadster รถสปอร์ตหรูที่มีความเร็วแรงและปลอดมลพิษ ต่อมาได้ริเริ่ม Power Well พลังงานสำรองที่ชาร์จด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งถูกติดตั้งแล้ว 1 ล้านเครื่อง สามารถช่วยลดค่าไฟภายในบ้านไปได้ถึง 70%
รถยนต์ของ Tesla ไม่จำเป็นต้องบำรุงรักษาแบตเตอรี่ เนื่องด้วยการออกแบบที่เน้นให้มีความคงทนในการใช้งานมากกว่าตัวรถ และมีการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านดาวเทียม คือ Over – the – air สามารถทำได้โดยอัตโนมัติ เพียงกดแค่ปุ่มเดียวก็สร้างฟีเจอร์ความสนุกอย่าง เกม ภาพยนตร์ และอื่นๆได้อีกมากมาย เพื่อให้การขับรถมีความสนุกมากที่สุดเท่าที่รถยนต์ไฟฟ้า จะสามารถทำได้ โดยปัจจุบัน Tesla มี รถยนต์ไฟฟ้า 3 รุ่นในไทย คือ Model 3 , Model Y , Cybertruck
ข้อดี
- มีการรับประกันแบตเตอรี่รถเป็นระยะเวลา 8 ปี
- มีระบบนำทางช่วยค้นหาเส้นทางเลี่ยงการจราจรที่ติดขัด และแสดงปริมาณแบตเตอรี่ปัจจุบันให้เห็นขณะเดินทาง ทั้งยังแสดงจุดชาร์จระหว่างทางเพื่อความสะดวกให้ด้วยเช่นกัน
- มีระบบจัดการความร้อน ช่วยให้รถสามารถวิ่งได้เสถียรมากขึ้นและประหยัดพลังงานมากขึ้น
- ระบบขับขี่อัติโนมัติที่กำลังพัฒนาให้สมบูรณ์แบบ โดยคำนึงว่าต้องปลอดภัยกว่ามนุษย์ขับเอง 10 เท่า
- ระบบ Supercharge ที่สามารถชาร์จได้อย่างง่ายดาย มีความเสถียรสูงและครอบคลุมหลากหลายเส้นทาง
ข้อเสีย
- ศูนย์บริการที่มีจำกัด ส่วนใหญ่อยู๋ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล หากไปใช้งานต่างจังหวัดอาจซ่อมได้ยาก
- ไม่สามารถใช้ Apple CarPlay / Android Auto เนื่องจากต้องใช้ระบบของ Tesla เท่านั้น
ราคา รถยนต์ไฟฟ้า Tesla
| รายละเอียด | เทสลา โมเดล 3 | เทสลา โมเดล วาย |
| ราคาซื้อ (เริ่มต้น) | 1,149,000 บาท | 1,719,000 บาท |
| ราคาเช่ารายวัน | 2,619 – 3,499 บาท | 2,809 – 2,979 บาท |
| ราคาเช่ารายเดือน | 63,570 – 86,670 บาท | 67,470 – 72,270 บาท |
ลักษณะการใช้งาน
เหมาะสำหรับการออกเดินทางไกล เพราะสามารถใช้งานได้ยาวนานด้วย Supercharger อีกทั้งยัง
เหมาะกับคนที่ชอบเทคโนโลยี ความล้ำสมัย ที่ลื่นไหลเหมือนสมาร์ทโฟน และคนที่เน้นออกงานทางสังคม เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ดูดี และถ้าใครที่เป็นสายมินิมอล คงจะตอบโจทย์รถยนต์ไฟฟ้า Tesla จากดีไซน์ที่เรียบง่ายไร้ปุ่มกด ใช้เพียงการสั่งงานผ่านหน้าจอเท่านั้น
รถยนต์ไฟฟ้า BYD
BYD รถยนต์ไฟฟ้า แบรนด์ชั้นนำจากจีนที่เริ่มต้นจาก ธุรกิจแบตเตอรี่ ก่อนจะก้าวสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ ในปี 2003 จากการซื้อกิจการ Qin Chuan Auto Company ของซีอาน และเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า รุ่นแรกอย่าง F3DM ในปี 2008 และมุ่งหน้าสู่การสร้างระบบนิเวศพลังงานสะอาด ด้วยการเป็นรถยนต์ไฟฟ้า รายแรกที่เริ่มต้นระบบ Plug – In – Hybird นอกจากนั้นยังผลิดรถไฟฟ้าอีกหลายแบบ อาทิ รถไฟฟ้าระบบราง รถเมล์พลังงานไฟฟ้า และรถบรรทุกไฟฟ้า
บริษัท Rever Automotive คือ บริษัทแห่งเดียวที่สามารถนำเข้า BYD เข้ามาจัดจำหน่ายในประเทศไทยได้ และเข้าร่วมการผลักดันพลังงานใหม่ไร้มลพิษด้วย Total New Energy Eco – System
ข้อดี
- ใช้วัสดุที่ผลิตด้วยตนเองในการสร้างรถยนต์ไฟฟ้า เกือบ 90%
- Blade Battery เป็นแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต ซึ่งทนทานต่อความร้อนได้สูงมาก และมีมาตรฐานความปลอดภัยสูงกว่าแบตเตอรี่ทั่วไป
- ราคาสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า รถยนต์ไฟฟ้า แบรนด์อื่นๆเนื่องจากผลิตสินค้าเอง จึงสามารถควบคุมต้นทุนด้วยตนเองได้ อาทิ แบตเตอรี่ , ชิปประมวลผล
- มีตัวเลือก 2 ทาง คือ EV และ Plug-in Hybrid โดยแบบ Plug-in Hybrid เหมาะกับคนที่ ยังไม่พร้อมเปลี่ยนเป็นไฟฟ้า 100% แต่ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริด
- มีระบบ V2L (Vehicle to Load) สามารถจ่ายไฟให้เครื่องใช้ไฟฟ้าข้างนอกได้ เช่น หม้อต้มน้ำ, พัดลม
- มีศูนย์บริการกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ ไม่ลำบากหากรถมีปัญหากลางทาง
ข้อเสีย
- ระบบหน้าจอภายในรถอาจยังใช้งานได้ไม่ลื่นไหลมากพอ
- แผนที่ที่ให้มาพร้อมกับรถยนต์ มักจะไม่อัปเดตเท่า Google Maps
- รุ่นที่มีหลังคาพาโนรามิค กันความร้อนจากแดดของประเทศไทยได้ไม่ค่อยดีมากนัก
- การเชื่อมต่อ Apple CarPlay หรือ Android Auto แบบไร้สายยังมีความเสถียรต่ำ หลุดบ่อย
ราคา รถยนต์ไฟฟ้า BYD
| รายละเอียด | เอทโต เวิลด์ 3 | โลกของโลมา |
| ราคาซื้อ (เริ่มต้น) | 1,049,000 บาท | 709,900 บาท |
| ราคาเช่ารายวัน | 2,461 บาท | 1,284 บาท |
| ราคาเช่ารายเดือน | 36,380 บาท | 20,300 บาท |
ลักษณะการใช้งาน
เหมาะกับคนที่ต้องการความคุ้มค่าด้านราคาและเน้นความสบายของครอบครัวเป็นหลัก เนื่องด้วย BYD มีเบาะนั่งที่นุ่มมาก ผู้สูงอายุสามารถนั่งได้อย่างสบาย หากรถติดนานๆก็นั่งได้ยาวๆ โดยไม่เมื่อยเช่นกัน อีกทั้งยังเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากยังคงมีปุ่มกดและที่ควบคุมต่างๆอยู่บ้าง ไม่ได้สั่งการทุกอย่างผ่านระบบ 100% จึงสามารถปรับตัวให้คุ้นเคยได้ไม่ยาก
ศึกครั้งนี้ BYD ชนะด้วยเรื่องความคุ้มค่าด้านราคาและกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายกว่า เพราะรุ่นรถที่หลากหลายกว่าจึงส่งผลต่อยอดขายที่มากกว่า ส่วน Tesla ชนะไปด้วยเรื่องของเทคโนโลยีและมูลค่า เพราะในด้านของระบบซอฟต์แวร์ยังคงเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังได้กำไรมากกว่า ซึ่งคนที่จะตัดสินว่าใครชนะอย่างแท้จริง คือ คุณ ลองเปิดประสบการณ์ ด้วยการ เช่ารถไฟฟ้า จากทาง CK Car Rent เพื่อตัดสินใจว่าใคร คือ ผู้ชนะที่แท้จริง โดยสามารถเลือกว่าจะ เช่ารถ BYD Dolphin หรือ เช่ารถ BYD ATTO 3 สามารถเลือกได้เลย

